ดังนี้
1. น้ำที่ดื่ม เป็นน้ำธรรมดาไม่เป็นน้ำที่ร้อนมากหรือน้ำที่เย็นจัด ถ้าเป็นน้ำอุ่น ๆ เล็กน้อย ดื่มในตอนเช้าจะทำให้การขับถ่ายดีขึ้น ลำไส้สะอาด
2. ระยะเวลาที่ดื่มน้ำ ในวันหนึ่ง (อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยตามความสะอวก)
- ตื่นนอนตอนเช้า 2 แก้ว (เวลาประมาณ 09.00 - 10.00 น.)
- ตอนบ่าย 3 แก้ว ( เวลาประมาณ 13.00 - 14.00 น.)
- ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 19.00 - 20.00 น.)
ก่อนเข้านอนดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้าง สิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพราะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นจะช่วยให้หลักสบายดีขึ้น รวมแล้วให้สามารถดื่มน้ำเหล่านี้ได้วันละ 10 แก้ว นอกเหนือจากนั้น ท่านสามารถดื่มน้ำผลไม้ นำนม ฯลฯ ได้อีกไม่จำกัด
3. ข้อควรจำ
3.1 ไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละ 2-3 แก้ว ติดต่อกันทันที ดื่มตามปกติสบาย ๆ ผู้ที่ดื่มครั้งแรก ๆ จะรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อยเป็นอาการปกติธรรมดา ทั้งนี้ เพราะผนังลำไส้ และกระเพราะอาหารขยายตัวขึ้น ต่อไปจะไม่มี อาการอีก สามารถดื่มได้ง่าย มีความชื่นชอบ รู้สึกสดชื่นสบายที่ได้ดื่มน้ำ
3.2 เมื่อดื่มน้ำไปสักครู่หนึ่ง จะปัสสาวะบ่อยปัสสาวะครั้งแรก ๆ จะมีเหลืองข้นขุ่นกลิ่นฉุน เนื่องจากน้ำที่ดื่มไปชะลางไตให้สะอาด ไตเป็นเสมือนเครื่องกรองน้ำของร่างกาย
3.3 ไม่ควรดื่มน้ำมาก ก่อนหน้าที่จะรับประทนอาหาร (ควรงดดื่มน้ำมากสักครึ่งชั่วโมง ก่อนรับประทานอาหาร ) หลังจากรับประทานอาหารเสร็จไม่ควรดื่มน้ำมาก ๆ ทันที
3.4 การรับประทานอาหารพร้อมกับดื่มน้ำตลอดเวลาเป็นนิสัยที่ควรเลิกระหว่างรับประทานอาหาร หากรู้สึกฝึดคอให้ซดน้ำซุปแกงจืดแทน การดื่มน้ำมากระหว่างรับประทานอาหาร ทั้งก่อนและหลักอาหารทันทีจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง การย่อยเป็นไปได้ไม่ดี
3.5 ไม่ควรรับประทานอาหารในแต่ละมื้อจนอื่มแน่นท้องเกินไป ควรให้อื่มพอดี แล้วรับประทานผลไม้สดจะทำให้สะอาดคอแล้วจิบน้ำตามนิดหน่อยจะรุ้สึกสบายท้อง หลังจากนั้นสักครึ่งชั่วโมง จึงดื่มน้ำตามปกติ
หากท่านได้ดื่มน้ำให้ถูกหลักเช่นนี้เป็นประจำจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพอนามัยดี ร่งกายสดชื่น กระปรี้กระเปล่าแข็งแรง สามารถที่จะประกอบการภาระกิจการงานได้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
|